Health

  • ทำความเข้าใจ อาหารคลีนคืออะไร? ทำไมต้องคลีนเพื่อสุขภาพ
    ทำความเข้าใจ อาหารคลีนคืออะไร? ทำไมต้องคลีนเพื่อสุขภาพ

    ต้องบอกว่าในปัจจุบันคนเริ่มหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพตัวเองมากขึ้น โดยเฉพาะการกินอาหารคลีนที่กำลังฮิตในกลุ่มคนรักสุขภาพ เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าการกินอาหารคลีนเป็นวิธีดูแลสุขภาพที่ดี ช่วยควบคุมน้ำหนัก ป้องกันโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้อย่างยั่งยืน แต่หลายคนอาจรู้สึกว่าการกินคลีนเป็นเรื่องไกลตัวและไม่มีเวลาพอที่จะเตรียมอาหาร ซึ่งแท้จริงแล้วการกินคลีนไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด วันนี้เรามาดูเคล็ดไม่ลับจาก สสส. กินคลีนถูกวิธีดีต่อสุขภาพ มาเรียนรู้วิธีการกินคลีนด้วยตัวเองเพื่อสร้างสุขภาพดีกัน

    ทำความเข้าใจ อาหารคลีนคืออะไร? ทำไมต้องคลีนเพื่อสุขภาพ

    ทำความเข้าใจ อาหารคลีนคืออะไร? อาหารคลีน (Clean Food) ที่คนส่วนใหญ่ เรียกกันว่า กินคลีน (Eat Clean) คือการกิน อาหารครบทั้ง 5 หมู่ ไม่เน้นหมู่ใดหมู่หนึ่ง ลักษณะของอาหารจะต้องสด สะอาด และไม่ ยึดติดรสชาติ แต่เน้นความเป็นธรรมชาติ ไม่ผ่านการปรุงแต่ง ขัดสีด้วยสารเคมี หรือ ผ่านกระบวนการหมักดอง ไม่ใส่สารกันบูด ผงชูรส และไม่หวานหรือเค็มจัด ตัวอย่างเช่น หากเป็นผลไม้ก็จะกินสด หากเป็นเนื้อสัตว์ ก็จะไม่ติดมัน การปรุงรสจะอยู่ในระดับ ที่ปรุงแต่น้อยไปจนถึงไม่ปรุงเลย

    หลักการกินคลีนให้ถูกวิธี การกินคลีน นอกเหนือจากจะกินแบบปรุงแต่น้อยแล้วยังมีเคล็ดลับอื่นๆ อีกดังนี้

    กินให้ครบทั้ง 5 หมู่ คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าการกินคลีนเป็นการกินแต่ผัก แต่ที่จริงแล้ว การกินคลีนคือการกินให้ครบทั้ง 5 หมู่ ทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ผักและผลไม้ในปริมาณที่เพียงพอต่อร่างกายในแต่ละวัน ไม่ใช่การเลือกกินหมู่ใดหมู่หนึ่งมากไปกว่ากัน

    ไม่ยึดติดรสชาติ เน้นรสธรรมชาติ ไม่ยึดติดความอร่อยถูกปากอย่างเดียว แต่เน้นที่ความสดของอาหารที่กิน ผ่านการปรุงแต่งน้อย เช่น จากที่กินข้าวขาวเป็นประจําก็เปลี่ยนไปเป็นข้าวกล้อง จากที่ดื่มชา กาแฟก็เปลี่ยนไปดื่มน้ำเปล่า หรือเคยกินผลไม้กระป๋องเป็นประจําก็หันไปกินผลไม้สดแทน

    เน้นกินผัก โดยเฉพาะผักกินดอก ผักกินยอดอ่อน ผักใบเขียว เช่น ดอกโสน ดอกอัญชัน ดอกแค ผักติ้ว ขี้เหล็ก ผักหวาน ก้านตรง ชะพลู คะน้า ใบยอ กวางตุ้ง ผักโขม ปวยเล้ง

    เลือกอาหารที่ปราศจากวัตถุกันเสีย เพราะอาหารใดก็ตามที่มีวัตถุกันเสีย สารกันบูด วัตถุปรุงแต่ง จะไม่ใช่อาหารคลีน แต่เป็นอาหารที่มีสารเคมีเจือปน ดังนั้นการเลือกกินอาหารคลีนควรคํานึงถึงความสด ใหม่ และปลอดสารเคมี

    ตัดไขมันอิ่มตัวออกจากมื้ออาหาร งดไขมันที่มาจากเนย นม ชีส และเนื้อสัตว์บางชนิด โดยหันไปกินไขมันจําพวกนํ้ามันมะกอก น้ำมันคาโนล่า เนื้อปลา และถั่วต่างๆ เพราะไขมันเหล่านี้ดีต่อหัวใจและช่วยเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลชนิดดีอย่าง HDL

    ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หากจะดื่มแอลกอฮอล์ควรอยู่ในปริมาณที่พอเหมาะอาจดีต่อสุขภาพ เช่น ผู้หญิงประมาณ 1 แก้ว ผู้ชายประมาณ 2 แก้วต่อวัน เพราะหากมากกว่านั้นอาจทําให้เกิดอาการขาดน้ำและจะทําให้เกิดความอยากอาหารมากกว่าปกติ

    ปรุงอาหารไม่หวานจัด ปริมาณน้ำตาลที่กินได้ต่อวันสําหรับผู้หญิงคือไม่เกิน 4 ช้อนชา สําหรับผู้ชายคือไม่เกิน 6 ช้อนชา และใช้เกลือปรุงรสแทนน้ำปลา ใช้ซีอิ๊วขาวชนิดที่ไม่มีผงชูรส และไม่ใช้ผงชูรสในการปรุงอาหาร

    เลือกข้าวไม่ขัดขาว รวมทั้งธัญพืชที่ไม่ขัดขาวด้วย เพราะข้าวที่ไม่ขัดขาวจะมีส่วนของจมูกและเยื่อหุ้มเมล็ดที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ทำให้อิ่มนานเนื่องจากมีกากใยมาก แถมยังทำให้ร่างกายดึงพลังงานไปใช้อย่างช้าๆ เช่น ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ข้าวแดง ข้าวฟ่าง ลูกเดือย ข้าวสาลี

    เกลือต้องไม่เกิน 1 ช้อนชาต่อวัน การกินคลีนนอกจากจะต้องหันมาใช้เกลือแทนน้ำปลาในการปรุงอาหารแล้ว ปริมาณเกลือยังต้องไม่เกิน 2,300 มิลลิกรัม หรือแค่ประมาณ 1 ช้อนชาต่อวัน

    เลือกกินโปรตีนดี โปรตีนที่ดี ไขมันต่ำพบมากในเนื้อสัตว์และถั่วเมล็ดแห้ง ได้แก่ ปลาแซลมอน ไก่งวง เนื้อปลาน้ำจืด เนื้อไก่ส่วนอก เนื้อสันใน อาหารทะเลจำพวกกุ้ง ปลาหมึก และหอย กินได้แต่ไม่ควรกินเยอะ ต้องระวังเรื่องคอเรสเตอรอล

    ไม่กินมากเกิน หลายคนคิดว่าเมื่อกินคลีน แล้วจะสามารถกินเท่าไรก็ได้ ซึ่งคิดผิด เพราะแม้จะกินคลีนก็ต้องควบคุมปริมาณ แบ่งสัดส่วนอาหารให้สมดุล ชั่ง ตวง วัดให้พอดีเพื่อใช้ในการจัดสัดส่วนอาหาร เพียงเท่านี้คุณก็สามารถกินคลีนได้อย่างสบายใจและมีสุขภาพที่ดีขึ้นแน่นอน

    ขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสือกินคลีนถูกวิธี จัดพิมพ์และเผยแพร่โดย SOOK PUBLISHING

    ติดตามอ่านต่อได้ที่ corpmedzambia.com

Economy

  • ต้นปี 66 เคลียร์ทุกประเด็น ทอท.หวังสนามบินสุวรรณภูมิ
    ต้นปี 66 เคลียร์ทุกประเด็น ทอท.หวังสนามบินสุวรรณภูมิ

    ต้นปี 66 เคลียร์ทุกประเด็น ทอท.หวังสนามบินสุวรรณภูมิรับ 15 ล้านคนต่อปี

    กรุงเทพฯ 1 มิ.ย.-รัฐมนตรีคมนาคมมั่นใจต้นปี 66 ทุกประเด็นเคลียร์จบกับ ทอท.ได้แน่เพื่อเดินหน้าขยายขีดความสามารถของสนามบินสุวรรณภูมิทุกรูปแบบ และเปิดประมูลสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก“East Expansion” ประมาณต้นปี 66 แล้วเสร็จเปิดบริการปลายปี 68 รองรับอำนวยความสะดวกผู้โดยสารได้เพิ่มอีก 15 ล้านคนต่อปี ขณะที่ North Expansion ให้รอผลศึกษา ICAO ก่อน

    Suvarnabhumi Airport
    นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนขยายขีดความสามารถสนามบินสุวรรณภูมิว่า ทางกระทรวงคมนาคมยังคงยืนยันที่จะมีการขยายสนามบินสุวรรณภูมิต่อไปเพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารที่มีอัตราการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภายหลังการแพร่ระบาดโควิดหยุดลง

    ทั้งการลงทุนในโครงการแผนลงทุนส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารหลังเดิมด้านทิศตะวันออก (East Expansion) ใช้งบประมาณลงทุนกว่า 7,830 ล้านบาท เมื่อสร้างแล้วจะสามารถรองรับผู้โดยสาร 15 ล้านคนต่อปี และโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารด้านทิศเหนือ (North Expansion) งบประมาณลงทุน 41,260 ล้านบาท จะสามารถรองรับผู้โดยสาร 30 ล้านคนต่อปีและขยายได้ถึง 40 ล้านคนต่อปี

    อย่างไรก็ตาม แผนการลงทุนโครงการส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารหลังเดิมด้านทิศตะวันออก (East Expansion)

    วงเงิน 7,830 ล้านบาท ขณะนี้ทางบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน)(ทอท.) อยู่ระหว่างปรับแบบเพื่อออกแบบให้สายพานลำเลียงกระเป๋า อำนวยความสะดวกกรุ๊ปที่จะเข้ามาใช้บริการก่อนเวลาในอาคารทิศตะวันออก สามารถเชื่อมต่อกับ อาคารผู้โดยสารด้านทิศเหนือ (North Expansion)

    ซึ่งในทางปฏิบัติได้ให้นโยบายว่า ทุกอาคารจะต้องเชื่อมต่อกัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารที่มาใช้บริการที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งภายหลังจากขั้นตอนหลังปรับแบบแล้วเสร็จ หลังจากนั้น ทอท.โดยกระทรวงคมนาคมจะเสนอสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เพื่อเห็นชอบต่อไป คาดว่าจะสรุปภายในต้นปี 66

    ต้นปี 66 เคลียร์ทุกประเด็น ทอท.หวังสนามบินสุวรรณภูมิ
    ส่วนแผนการลงทุนอาคารผู้โดยสารด้านทิศเหนือ North Expansion วงเงิน 41,260 ล้านบาทนั้น ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรอผลการศึกษาขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ซึ่ง ทอท. ได้มีการว่าจ้างเพื่อให้มีการศึกษา สิ้นสุดในเดือนกุมภาพันธ์ 66 หลังจากนั้น ทางทอท.จะนำผลการศึกษาดังกล่าวมาวิเคาระห์ประกอบรวมกับ ผลการศึกษาของ สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ(International Air Transport Association : IATA หรือ ไออาร์ต้า)

    นายกีรติ กิจมานะวัฒน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานวิศวกรรมและการก่อสร้าง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ทอท. อยู่ระหว่างปรับแบบของสายพานลำเลียงในอาคารผู้โดยสารหลังเดิมด้านทิศตะวันออก (East Expansion) คาดว่า ทอท. สามารถเปิดประมูลได้ประมาณ ต้นปี 66 และก่อสร้างแล้วเสร็จไม่น่าจะเกินปี 68-69 ซึ่งในส่วนนี้จะสามารถรองรับปริมาณผู้โดยสารได้อีก 15 ล้านคน/ปี อย่างไรก็ตามการปรับแบบระบบสายพานดังกล่าว เพื่อให้รองรับผู้โดยสารกลุ่มกรุ๊ปที่เดินทางมาสนามบินเพื่อเช็คอินก่อนเวลา ซึ่งระบบสายพานจะให้รองรับรอก่อนเวลาได้นานถึง 12 ชั่วโมง.-สำนักข่าวไทย

    ขอบคุณแหล่งที่มา : tna.mcot.net